3.วิธีดูว่าโค้ดที่เราใส่นั้นถูกต้องหรือ Errors

 ถ้าใครที่เคยคุยกับพวกโปรแกรมเมอร์แล้วได้ยินพวกเขาเหล่านั้นพูดถึงเรื่องการรันโค้ดผิดแล้วต้องมาหาจุดเออเร่อ ขอบอกว่าถ้าเริ่มเรียน SQL ก็จะเริ่มเข้าใจหน่อยๆแล้วค่ะว่าการรันโค้ดแล้วเออเร่อมันเป็นเรื่องน่าปวดหัวมากแค่ไหน ซึ่งบทนี้เราจะยกตัวอย่างให้ดูระหว่างการรันโค้ดแล้วถูกต้อง กับการรันโค้ดแล้วเกิดเออเร่อร์ ว่ามันจะแสดงผลออกมายังไงกันนะคะ

เอาจริงๆด้วยความที่เรียนพื้นฐาน อาจจะยังดูไม่ค่อยยากนักในการหาเออเร่อ แต่ก็สร้างความปวดหัวให้เราได้ค่ะ เพราะด้วยความที่เราแทบไม่เคยเรียนเขียนโค้ดอะไรแบบนี้มาก่อน(ที่เรียนสมัยมหาลัยไม่นับนะคะเพราะพอเรียนไม่รู้เรื่องแล้วเราโดดเรียนเป็นว่าเล่นเลย ไม่ดีนะคะ ไม่ควรเอาเป็นตัวอย่าง 5555) มาวันนี้เลยอยากจะลองมายกตัวอย่างเออเร่อให้เพื่อนๆที่กำลังฝึกเรียน SQL พื้นฐานเหมือนเราให้ดูกันค่ะ อย่างถ้าสมมติเวลาเรารันโค้ดถูกต้อง ตัวโปรแกรมจะแสดงฐานข้อมูลออกมาพร้อมกับข้อความด้านล่างว่า Execution finished without errors. ตามภาพ


แล้วถ้าเออเร่อละ มันจะเป็นยังไงกันนะ ขอบอกว่าถ้าเราเขียนโค้ดผิดแล้วโปรแกรมไม่สามารถแสดงข้อมูลได้(เช่นเราอาจจะใส่ชื่อคอลัมภ์ผิด หรือชื่อคอลัมภ์ที่เราใส่มันไม่มีในฐานข้อมูลทำให้ไม่สามารถแสดงผลได้) ด้านล่างจะขึ้นเป็นจอสีแดงเลยค่ะ และบอกว่าเออเร่อเพราะอะไร ตามภาพ



จากภาพ จะเห็นว่าตรงชื่อคอลัมภ์ที่เราใส่ว่า lastname เราพิมพ์ผิด คือเราพิมพ์แค่ lastnam ซึ่งในฐานข้อมูลมันไม่มีชื่อคอลัมภ์ว่า lastnam มันเลยโชว์เออเรอร์ขึ้นมาว่า Execution finished with errors. พร้อมกับบอกเหตุผลเสร็จสรรพเลยว่าเออเรอร์เพราะอะไร โดยดูจากคำว่า Result ค่ะ จะเห็นว่ามันบอกโต้งๆเลยว่า No such column : Lastnam แปลตรงๆเลยก็คือฐานข้อมูลไม่มีชื่อคอลัมภ์ว่า lastnam นะ ไปดูตัวสะกดดีๆซิ ประมาณนี้ค่ะ อย่างอันนี้เรายังเรียนแค่ระดับเบสิค อาจจะดูง่ายค่ะ แต่ขอบอกว่าถ้าในอนาคตต้องมาใส่โค้ดเยอะๆแล้วหาเออเรอร์ไม่เจอนี่คือไมเกรนขึ้นได้ง่ายๆเลยนะคะ 

ปล.เมื่อเรียนไปเรื่อยๆจะสับสนเรื่องเครื่องหมาย ' กับ " ค่ะ ซึ่งตอนแรกเรางงมากว่ามันควรจะใส่คร่อมตอนไหนอะไรยังไง แต่พอลองไปค้นหามา เห็นว่าถ้าเราใส่คำสั่งที่เป็นข้อความ(String) ให้เราใส่ ' หรือ " คร่อมไว้ด้วย เพื่อให้คอมพิวเตอร์รู้ว่ามันคือข้อความค่ะ

*Edit* เราไปหาคำตอบมาแล้วค่ะ โดยการแชทไปถามกับทางเพจ BorntoDev โดยตรงเลย แอดมินเพจให้คำตอบมาดังนี้ค่ะ 

สำหรับใน SQL Single quotes จะเอาไว้บอกจุดเริ่มต้นกับจุดสิ้นสุดของข้อความ ใช้กับข้อมูลที่เป็น srting ครับ ส่วน Double quotes (" ") เอาไว้บอก Database Identifiers ตามตัวอย่างนี้ครับผม คลิก

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

11. Aggregate Function คืออะไร แล้วมีอะไรบ้าง

5. การใช้คำสั่ง As เพื่อเปลี่ยนชื่อ Field หรือ Column

4.การใช้คำสั่ง SELECT พื้นฐานในการแสดงผลข้อมูลทั้งหมดหรือบางส่วน